วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

รถไฟในเชียงใหม่

รถไฟในเชียงใหม่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานเช่นเดียวกับจังหวัดอื่น แต่ว่าจะสร้างช้าที่อื่นเล็กน้อย สถานีรถไฟเชียงใหม่สะอาดมาก เป็นตัวอย่างที่ดีของสถานีรถไฟ ห้องน้ำสะอาดมาก จะว่าไปแล้วที่นี่ดีกว่าหัวลำโพงเป็นร้อยโยชน์ ไม่เก็บตังค์ค่าห้องน้ำแถมห้องน้ำก้อสะอาดด้วย  น่าเสียดายที่พี่สาวเพิ่งไปราชการมาปรากฏว่าเก็บตังค์ค่าจอดรถแล้ว อ่ะ ไม่น่าเล้ย ทำไมระบบแบบนี้ถึงแพร่ขยายไปทุกที่นะ หวังว่าคงไม่แย่จนเหมือนสถานีอาเขตนะ

รถไฟของเชียงใหม่ไปจังหวัดต่างๆ ขออนุญาตแยกเป็น2ประเภทคือประเภทนั่งกับประเภทนอนนะคะ

1. ประเภทนั่ง คือ รถไฟชั้น 2 ลงไป และ รถไฟสปริ้นเตอร์  (ซึ่งเร็วกว่ารถไฟปกติแต่ก็ยังนั่งนานพอๆกับรถทัวร์อยู่ดี  ที่นั่งก็แคบเหมือนกัน มีเสียงฉึกฉัก และก็ไม่มีวีิดีโอให้ดูฆ่าเวลาแบบรถทัวร์แถมราคาก็แพงมีข้อดีอย่างเดียวคือไม่มีคนขึ้นมาขายของแยะแบบรถไฟนั่งทั่วไปเพราะต้องทำเวลา)  รถไฟชั้นสองลงไป โดยทั่วไปจะเป็นที่นั่งที่ทำด้วยไม้  เฉพาะระยะทางสั้นๆ  แต่ถ้าไปกรุงเทพฯ  แม้จะเป็นชั้นสามก็มีเบาะฟองน้ำให้นั่้ง  แต่ที่น่ารำคาญคือเสียงปุ้นๆ ฉึกๆฉักๆ และก้อควันดำจากเขม่าถ่านหินที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงของรถไฟ ลอยมาติดเราบ้าง  และ รถไฟก็ใช้เวลานั่งนานมาก ไม่ต่ำกว่า 13-15 ชั่วโมง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลน่ะ มากกว่านี้แน่นอน บางทีถ้าไม่ได้จองจะต้องยืน! รถไฟ ไม่ได้จำกัดจำนวนผู้โดยสารถ้าคุณสามารถยืนได้น่ะ เชิญ!  ดังนั้นช่วงเทศกาลไม่แนะนำให้ขึ้นรถไฟเพราะจะแออัดมาก  แถมรถไฟพวกนี้จะมีคนขึ้นมาขายของ (ตะโกน) ตลอดเวลาทุกสถานี และ ขึ้นจากสถานีหนึ่งไปขายอีกสถานีหนึ่ง (เดินขายอยู่ในรถไฟตลอด เฉพาะฉะนั้นอย่างหวังว่าคุณจะสามารถหลับได้อย่างเป็นสุข  (ไม่มีทางหลับได้ยกเว้นคุณจะหูตึงหรือเหนื่อยมากจนมีความสามารถพิเศษหลับได้ทุกสถานการณ์) แถมห้องน้ำก็สกปรกมาก ข้างในรถไฟน่ะ เขาจะเอาของเสียจากการขับถ่าย(ปัสวะอุจระ) ปล่อยลงตามรางรถไฟ เพราะฉะนั้นจงหลีกเลี่ยงการเดินเล่นบนรางรถไฟนะ(เด๋วจะหาว่าไม่เตือน)  ถ้าคนชั้นสองชั้นสามมาก ต้องรอนานกว่าจะได้เข้าห้องน้ำทีหนึ่ง และคุณไม่มีทางอั้นฉี่ได้13-15 ชั่วโมงหรอก ยังไงก็ต้องเข้าจนได้ แถมก็โยกเยกพอๆกับรถทัวร์ มีอยู่ครั้งหนึ่งฉันเคยปิดประตูห้องน้ำแล้วรถไฟกระเด้งประตูห้องน้ำก็เลยเปิดผางออก(คิดดูละกันว่าอับอายขายหน้าขนาดใหน) แต่ที่แน่ๆคือการปวดหัวเข่าจะน้อยกว่ารถทัวร์เพราะสามารถยืดเส้นยืดสายโดยการเดินไปตามโบกี้ต่างๆ แต่ไปยังไงก็ต้องกลับมาที่เดิมเพราะว่ามันนานอ่ะ แต่ข้อดีของรถไฟประเภทนี้คือวิวค่ะ(เป็นสิ่งทีดีที่สุดของรถไฟประเภทนี้) เพราะช้าก็เลยเห็นบ้านเรือนได้ชัดกว่าและจอดทุกสถานีก็เลยเห็นรายละเอียดต่างๆชัดเจนค่ะ  วิวสวยมาก โดยเฉพาะหน้าฝนกับหน้าหนาว ดอกไม้บานสวยดีค่ะ

2. รถไฟตู้นอน  ไม่ว่าจะเป็นพัดลมหรือแอร์ก็สามารถทำให้หลับฝันดีได้ แต่ฉันแนะนำให้จองก่อนสักสองสามวันหรือจองก่อนเป็นหลายๆอาทิตย์ก่อนจะเดินทาง(ในช่วงเทศกาล) เพราะดีกว่ารถทัวร์อีก ได้เหยียดขานอนทำให้ไม่ปวดหัวเข่าและไม่มีคนขึ้นมาขายของรบกวนแบบรถไฟชั้นสาม แต่หน้าร้อนไม่แนะนำรถไฟตู้นอนที่เป็นพัดลมนะคะ โดยเฉพาะเดินทางตอนกลางวันอ่ะ ร้อนจริงๆ แต่รถไฟตู้นอนส่วนใหญ่จะเต็มก่อนล่วงหน้า เพราะฉะนั้นต้องจองก่อนสักสองสามวันนะคะ แต่แนะนำให้นอนข้างล่างเพราะมันโยกน้อยกว่าและเราก็สามารถดูวิวระหว่างที่เรานอนได้ด้วยแต่เตียงข้างบนจะไม่เห็นวิวค่ะ
ข้อดีของรถไฟก็คือสะดวกสบายด้านการคมนาคม เพราะถ้าจะไปกรุงเทพฯ พอลงจากสถานีปลายทาง(หัวลำโพง) ก็จะสามารถต่อรถไฟฟ้าใต้ิดินได้เลยสะดวกจริงๆค่ะ ไม่ต้องต่อแทกซี่(ถ้ามีบ้านหรือต้องไปโรงแรมที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน) แถมห้องน้ำก้อดีกว่ารถไฟชั้นสามตั้งเยอะ(คนใช้น้อยกว่า) แต่ก็ยังปล่อยของเสียลงรางรถไฟเหมือนกันค่ะ(ไม่มีชักโครก)



นั่้งรถไฟมาเชียงใหม่น่ะ จะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกและพระอาทิตย์ตกทางทิศตะวันออกด้วยนะ  (จริงๆ แล้วมันก็ทิศเดิมแหละแต่ว่ารถไฟวิ่งอ้อมเขาก็เลยเห็นพระอาทิตย์ขึ้นและตกสลับทิศน่ะ) จะเห็นแถวๆ ลำพูนลำปางน่ะค่ะ คอยดูนะ แปลกจริงๆ

จองตั๋วและรายละเีอียดจากเว็บไซต์ของรถไฟ คลิกที่นี่่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น